[FIC - WOOU] Butterfly {4}

posted on 03 Feb 2012 17:30 by moonoiaom directory Fiction

 

 

BUTTERFLY

Author: moonoiaom.13 (Sweezii3_Gurl) 
Status: Fiction
Pairing: Wooyoung x IU (WooU)
Genre: Romantic Comedy
Rating: G

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 

 

 

Chapter#04

- Apologize -

 

 

นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่จีอึนยืนมองความมืดของผืนฟ้า ถึงแม้ว่าอากาศจะเริ่มเย็นบ้างแล้ว แต่เธอก็ยังยืนตากลมและจ้องมองอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน รอยยิ้มหวานถูกแต่งแต้มบนใบหน้าขาวดุจน้ำนม ดวงตากลมโตเหม่อมองอย่างไร้สติ เพราะจิตใจของเจ้าตัวนั้นหลุดไปอยู่ในห้วงแห่งความคิดเสียแล้ว…

 

ไม่นึกเลยว่าผู้ชายที่ซ้อมเต้นวันนั้นจะเป็นคนเดียวกันกับแทยังที่เจอในวันนี้ เพราะถึงจะคนเดียวกันแต่ทั้งสองดูต่างกันมาก

 

ชายปริศนาที่เธอเจอในเย็นวันนั้นเซ็กซี่ ชวนให้น่าค้นหา…

ส่วนประธานชมรมคนนี้ดูใจดีและอบอุ่น…

แต่สิ่งที่มีเหมือนกัน จีอึนคงปฏิเสธไม่ได้เลย นั่นก็คือ เสน่ห์ และ แรงดึงดูด ประหลาดจากเขา

 

เนิ่นนานที่จีอึนยังปล่อยตัวเองให้อยู่ในห้วงแห่งความคิด และภายในนั้นก็มีแต่ผู้ชายที่ชื่อ แทยัง เต็มไปหมด พวงแก้มขาวทั้งสองข้างก่ำสีขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมง…

…มันอดที่จะนึกถึงไม่ได้จริงๆ

 

 

 

การประชุมของชมรมจบลงได้เมื่อสักครู่ คิมจุนซู ได้ชี้แจ้งถึงรายละเอียดเกี่ยวกับชมรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาฝึกซ้อม หรือกฎระเบียบต่างๆ ที่ทำให้คนตัวเล็กได้แต่หาวหวอด ด้วยความเบื่อหน่าย

 

“เห็นขี้หงุดหงิดอย่างนี้ ไม่นึกว่าจะร้องเพลงเพราะขนาดนี้เลยนะ”

 

“?”

 

ฝ่ามือหนาของแทยังแตะไหล่ร่างบางเบาๆ ขณะที่กำลังจะก้าวออกจากห้องชมรม จีอึนสะดุ้งรู้สึกราวกับโดนไฟฟ้าช็อต หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกอีกฝ่ายสัมผัส และหันไปมองเจ้าของมือด้วยความสงสัย

 

“หือ นาย…เอ๊ย! ไม่สิ พี่ทำไมพูดแบบนี้อ่ะ?” สรรพนามที่ใช้เรียกอีกฝ่ายถูกเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ทำให้หนุ่มรุ่นพี่ได้แต่หัวเราะเบาๆ

 

“เปล๊า…ก็แค่จะชมว่าร้องเพลงเพราะ”

 จีอึนขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ไม่รู้เข้าใจว่าชายรุ่นพี่ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?

แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มแล้ว…มันก็ลืมไปหมดล่ะความสงสัยที่มีอยู่

 

“เจอกันสองครั้งแล้วยังไม่รู้จักชื่อเลยแฮะ…”

“ว่าแต่เธอชื่ออะไร? เมื่อเช้าฉันลืมถามชื่อเธอก่อนไป” ร่างสูงยิ้มแหยๆ ให้อีกฝ่าย พลางเกาหัวแกรกๆ กับความขี้ลืมของตัวเอง

 

…และนั่นทำให้จีอึนแทบละลายไปกองกับพื้นเพราะความน่ารักของหนุ่มรุ่นพี่

 

“จีอึน เรียกฉันว่าจีอึน…”

“อีกอย่างนะ ฉันเจอพี่สามครั้งแล้วต่างหาก”

 

“หือ!? ที่ไหนล่ะ? ทำไมพี่ถึงไม่เห็นเธอ…”

 

“คิก ดีจังที่พี่ไม่เห็นฉัน” แค่นหัวเราะเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเย็นวานที่เธอหลบเขาได้ทัน

“ฉันเห็นพี่กำลังซ้อมเต้นในห้องนี้เมื่อวานตอนเย็นน่ะ ขอโทษด้วยนะที่ฉันแอบมองพี่” ใบหน้าของแทยังที่เต็มไปด้วยความสงสัยในตอนแรก ตอนนี้จางหายไป แทนที่เข้าด้วยรอยยิ้มตามฉบับของเขา

“อ๋อ ที่แท้ก็เธอนี่เอง เล่นซะเมื่อวานพี่ตกใจแทบแย่”

“ฮ่าๆ ก็ใครจะไปนึกเล่าว่าเย็นขนาดนั้นจะมีคนมาซ้อม…”

 

“นี่! สองคนนั้นน่ะคุยอะไรกัน คนอื่นเขาไปกันหมดแล้ว ถ้าว่างมากก็มาช่วยฉันเก็บเก้าอี้! เมื่อยจะตายอยู่แล้ว!!” เสียงหวานของจุนซูขัดขึ้น ทำให้สองคนที่กำลังคุยกันอย่างออกรสหันมามองต้นเสียงด้วยความตกใจ ก็พบเจ้าของหน้าหวานที่นั่งหอบอยู่ข้างๆ กองเก้าอี้สูง นิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิด

 

“ทำเป็นคนแก่ขี้บ่นไปได้ จุนซู” แทยังว่าแล้วเข้ามาเก็บเก้าอี้ที่เหลือต่อ

“ไม่ต้องพูดเลย เก็บให้หมดเลยมึงอะ ยืนคุยอยู่ได้ปล่อยให้กูเก็บอยู่คนเดียว” จุนซูบ่นกระปอดกระแปด เหลือบมองอีกคนตัวเล็กที่กำลังช่วยเก็บเก้าอี้ ซึ่งจีอึนก็หันมาสบตาเข้าพอดี จึงรีบหลบตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาอยู่

 

คนบ้าอะไร น่ากลัวชะมัด…

 

“พี่แทยัง ปกติพี่จุนซูเขาขี้หงุดหงิดแบบนี้หรอ?” หันไปสะกิดร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ห่างมากนัก

“หึ ปกติมันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก บ่นมากหน่อยเมื่อใครทำอะไรให้หงุดหงิด แต่จริงๆ แล้ว จุนซูเป็นคนใจดีนะ”

“พี่จุนซูเนี่ยนะใจดี!? พี่เขาจ้องฉันอย่างกับแค้นกันมาหลายสิบปี”

“เธอไปทำอะไรให้มันโมโหล่ะสิ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกหน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ลืมแล้ว”

“ออ…” จีอึนพยักหน้ารับ แต่ในใจก็แอบไม่เชื่อสิ่งที่แทยังพูด ก็มองยังไงก็ไม่เห็นว่าจุนซูจะใจดีสักนิด!

 

ชายหนุ่มกำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนเก้าเปียโน หันขวับทันทีเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองอยู่ในบทสนทนา คนถูกกล่าวถึงรีบโวยวายขึ้นมาทันทีเมื่อถูกนินทา

“นินทาอะไรกัน! ฉันได้ยินนะโว้ย รีบๆ เก็บให้เสร็จเลย!”

 

และนั่นก็ทำให้จีอึนรีบหลีกตัวให้ห่างจากชายหัวเห็ดนี่ทันที ตั้งใจเก็บเก้าอี้ที่เหลือต่อให้เสร็จๆ สักที

 

“ทำให้มันกระฉับกระเฉงหน่อยสิ อ้อนแอ้นชะมัด” จุนซูเดินตามมาหาเรื่อง ยังไม่เลิกรังควานอีกฝ่าย

 

…ก็ทำอยู่นี่ไงเล่า!

อยากจะตอบประโยคนี้กลับไปจริงๆ แต่เลือกที่จะตอบในใจดีกว่า เพราะยังอยากมีชีวิตที่ยืนยาวกว่านี้ 

 

“ถ้าอยากให้ฉันหายโกรธเธอน่ะ ต่อไปนี้มาเข้าชมรมทุกวันเลยนะ”

“หา?” เข้าชมรมทุกวัน…?

“ฉันชอบเสียงของเธอ…” สำเนียงแดกูของอีกฝ่ายพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะฝากยิ้มหวานที่หญิงสาวไม่เคยนึกว่าจะได้เห็นจากใบหน้าของผู้ชายคนนี้ เจ้าของหน้าหวานเดินไปตบบ่าเพื่อนรักแรงๆ สองสามที ปล่อยให้อีกสองคนสะสานงานที่เหลือแทนตน

 

“ไอ้นี่เนียน รีบชิ่ง” แทยังมองแผ่นหลังของจุนซูที่ผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี นึกเคืองนิดๆ แต่ก็ไม่สนใจ เพราะปกติแล้วเพื่อนรักของเขาก็ทำหน้าที่แทนเขาที่เป็นประธานชมรมแทบทุกอย่าง…แล้วจะไปโกรธอะไรได้ คิดแล้วก็รับเก็บเก้าอี้ที่เหลืออีกน้อยนิดให้เสร็จเสียที

 

“เดี๋ยวพี่ยกเอง เธอรีบกลับบ้านเถอะ” ร่างสูงรีบประคองคนตัวเล็กที่เริ่มเซไปข้างหลังเพราะรับน้ำหนักของเก้าอี้ไม่ไหว

 

แผ่นหลังของร่างบางกระแทกเข้าที่อกกว้างของร่างสูงเต็มแรงจนทำให้แทยังต้องกำชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียหลักล้ม จีอึนหันไปมองรุ่นพี่ที่กำลังประคองตนอยู่…

 

…แทบจะลืมหายใจเมื่อได้มองหน้าของรุ่นพี่ที่ตนชอบแบบชัดๆ

 

ตอนนี้เขากำลังกอดฉันอยู่งั้นหรอ?

 

ร่างกายที่สามารถทรงตัวได้เอง ตอนนี้อ่อนปวกเปียกจะล้มทั้งยืนเพราะสายตาของอีกฝ่ายที่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ…

 

…เขาดูดีจัง

ใบหน้าคมเข้มของแทยังราวกับเป็นแม่เหล็กจีอึนถึงมองอีกฝ่ายไม่วางตา เสียงหัวใจดังมากจนตัวเองยังรู้สึก…

 

ฉันตกหลุมรักเข้าจริงๆแล้วสินะ…พี่แทยัง

 

 

“นี่! มองทำไม พี่แอบกลัวนะ” ร่างสูงเห็นสายตาของรุ่นน้องที่จับจ้องมาที่ตนเองนานกว่าปกติจึงพูดขึ้น แล้วปล่อยร่างเล็กนั้นออกจากอ้อมแขน

 

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” จีอึนโค้งขอบคุณอย่างตะกุกตะกักดูไม่เป็นธรรมชาติ   

“ขอตัวกลับก่อนนะพี่แทยัง แล้วเจอกันพรุ่งนี้” รีบบอกลาชายหนุ่มรุ่นพี่ รีบสาวเท้าฉับๆ ออกจากห้องชมรมไปทันที เมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่กระจายไปทั่วใบหน้า ซึ่งจีอึนรู้ได้เลยว่าตอนนี้หน้าเธอต้องกำลังแดงมากแน่ๆ ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้เห็น จึงรีบชิ่งหนีทันที

 

“อ้าว!? เจอกันพรุ่งนี้” ถึงจะดูเป็นคนขี้โมโหและใจร้อน แต่เวลาเขินก็น่ารักดีเหมือนกันนะ…

.

 

.

 

.

 

 

“อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จัง”

 

ลองจินตนาการถึงวันพรุ่งนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก…

…แต่จินตนาการทั้งหมดก็ต้องแตกสลายลงเพราะใบหน้าบูดเป็นยักษ์ของชายแก้มอูมที่ใกล้เข้ามา

 

อูยองเคาะกระจกหน้าต่างของจีอึนได้สักพัก แต่ก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยารับรู้จากอีกฝ่าย อาการแบบนี้ของผู้หญิงเดาได้ไม่อยากเลยสักนิด จะเขินอะไรนักหนา?

 

“ทำตัวปัญญาอ่อนชะมัด แอบชอบใครอยู่รึไง?”

“แล้วจะทำไมย่ะ?” หาเรื่องทุกครั้งที่เจอหน้า…จางอูยอง ไอ้มารขัดความสุข!

“เปล๊า…ก็ไม่อะไรหรอก แค่เสียใจแทนผู้ชายคนนั้นที่โชคร้ายมีผู้หญิงอย่างเธอไปชอบ” สีหน้าเรียบเฉย สามารถยั่วโมโหอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี จีอึนง้างฝ่ามือเตรียมตัวสั่งสอนเจ้าคนปากเสีย…

“นาย…อูยอง…ไอ้แก้มย้อย! ฮึ่ย!” แต่แล้วก็ถูกอูยองรั้งไว้ซะก่อน…เขาไม่อยากโดนตบรอบที่สองหรอกนะ

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน! นายว่าเรื่องของนายมาดีกว่า มาหาฉันมีเรื่องอะไร?”

 

“แม่ของเธอโทรมาบอกว่าวันนี้จะไปทำธุระกับพ่อของเธอ จะไม่กลับบ้าน แม่ของฉันเลยให้ตามเธอไปกินข้าวด้วยกัน”

“เข้าใจแล้วก็รีบมาด้วย หิวจะตายอยู่แล้ว! ปึง!” ทันทีที่พูดจบอูยองก็ปิดหน้าต่างอย่างแรงก่อนจะปีนระเบียงกลับห้องตัวเองไป

 

จีอึนมองร่างที่กำลังปีนระเบียงกลับไปอย่างคล่องแคล่ว

เข้าทางประตูดีๆ แบบคนอื่นไม่ได้รึไงนะ!?

 

.

 

.

 

.

 

“อ้าว มาแล้วหรอลูก มานั่งเร็วๆ วันนี้แม่ทำกับข้าวไว้เยอะเลยนะดูสิ!” ทันทีประตูถูกเปิด ก็พบร่างของหญิงวัยกลางคนยืนยิ้มแฉ่งต้อนรับอยู่ซึ่งดูดีใจมากสำหรับการมาเยือนของลูกสาวเพื่อนสนิท ก่อนจะพาจีอึนไปยังโต๊ะอาหารที่มีกับข้าวมากมายวางเรียงกันอยู่

“น่าทานทุกอย่างเลยค่ะคุณน้า  ว่าแต่เราจะทานหมดกันหรอคะ?”

“แม่ก็ไม่รู้สิ ฮ่าๆ” เธอหัวเราะลั่น

“แต่เห็นพักนี้หนูดูผอมลงไปเยอะเลย วันนี้แม่ก็เลยจัดหนัก กินเยอะๆนะจ้ะ!” ไม่พูดเปล่า หยิบจานและตักข้าวสีนวลร้อนๆให้พูนจาน

 “ขอบคุณค่ะ” จีอึนส่งยิ้มหวานให้แม่ของอูยองที่มักจะใจดีเสมอ ถ้าไม่บอกอายุคงไม่มีทางเชื่อว่านี่คือผู้หญิงที่แต่งงานและมีลูกแล้ว! เพราะเธอแลดูเหมือนหญิงสาวอายุยี่สิบกว่าๆ เสียมากกว่า  

 

ถ้าอูยองได้นิสัยของแม่ของเขามาสักครึ่งนึงก็คงดีล่ะเนอะ!?

 

“เอ้อ อูยอง ไปหยิบหม้อซุปที่แม่ต้มไว้ในครัวให้ทีสิ”

“แต่ผมกำลังกินไก่ทอดอยู่น้าแม่ T^T” ชายหนุ่มผู้รักไก่เป็นชีวิตเบะปากอย่างขัดใจ ส่งเสียงเว้าวอนผู้เป็นมารดา เป็นเชิงว่า ‘อย่าให้ผมต้องแยกจากไก่ทอดตอนนี้เลย’ 

“ก็เพราะกินแต่ไก่ หน้าแกก็เลยจะเป็นไก่แล้วเนี่ย! ไปหยิบซุปมาให้แม่เดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นไม่ต้องกินไก่ทอดสามวัน!!” ฝ่ามือกระหน่ำรัวเจ้าลูกชายตัวแสบด้วยความหมั่นไส้! นึกเสียใจมากที่เมื่อก่อนทำเมนูไก่เยอะเกินไป จนปัจจุบันเจ้าลูกชายแก้มอูมติดงอมแงม ฮือ

“ไม่น้าาาาาาาาาาาาา ~ TOT” อูยองคร่ำครวญก่อนจะลุกไปหยิบซุปตามคำสั่งของมารดาผู้บังเกิดเกล้าด้วยความไม่เต็มใจ

 

จีอึนอดหัวเราะไม่ได้หลังจากที่เหตุการณ์เมื่อสักครู่จบลง มองยังไงอูยองก็เหมือนเด็กสามขวบติดไก่ชัดๆเลยอะ

“หัวเราะอะไรของเธอ มันมีเรื่องอะไรให้ตลกอย่างนั้นหรอ?” และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวหันมามองหน้าด้วยความไม่พอใจ 

“ถ้าไม่มีฉันจะขำหรอ?” ร่างเล็กเอ่ยพลางยักคิ้วให้อย่างได้เปรียบ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าแม่ของตัวเองหรอก ฮิฮิ

“เธอ!”

 

“เดี๋ยวหนูหยิบให้เองค่ะ”

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าสงครามกลางโต๊ะอาหารกำลังจะเกิดขึ้น จีอึนจึงรีบตัดบทโดยอาสาไปหยิบซุปแทน

 

หญิงสาวเดินเข้าไปในครัว เห็นหม้อสีขาวสวยตั้งอยู่ไม่ไกลตานัก ลองเปิดหม้อดูก็เห็นน้ำซุปสีน้ำตาลอ่อน มีซี่โครงหมูต้มจนเปื่อยลอยอยู่ กลิ่นหอมยั่วยวนสร้างความทรมานให้กับกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี  น่ากินจัง…

เธอสวมถุงมือสีอ่อนแล้วยกหม้อซุปนี้ตรงไปยังโต๊ะอาหาร…

“โฮ่งงงงงงงง!!!!!”

…แต่จังหวะนั้น เจ้ากาโฮที่โผล่มากจากไหนไม่รู้ ก็วิ่งเข้ามาตัดหน้าและส่งเสียงเห่าขึ้น!!

 

“ว้าย!!!!!”

จีอึนปล่อยหม้อที่ถืออยู่ในมือร่วงลงพื้นด้วยความตกใจ และน้ำซุปร้อนๆ ก็ถูกเทรดไปที่เท้าเปล่าของหญิงสาวที่ไม่ได้สวมรองเท้าหุ้มเลย ผิวขาวขึ้นสีแดงระเรื่อเป็นวงกว้างจนน่ากลัว

 

อูยองและแม่ของเขารีบวิ่งมาดูหญิงสาวหน้าตาตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงโครมของหม้อ

ผู้เป็นมารดายืนแข็งทื่อ ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวของเพื่อนสนิท แต่โชคดีที่ลูกชายของเธอยังมีสติดี เขารีบช้อนตัวร่างบางขึ้นตรงไปที่ห้องน้ำทันที

“แม่ฮะ! ไปเอายารักษาแผลน้ำร้อนลวกในตู้ยามาเร็ว!!”

“จ..จ้ะ!!”

 

 

 

วงแขนที่กระชับแน่นของชายหนุ่ม ทำให้จีอึนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เพราะอยู่ใกล้กันมาก เธอจึงสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นระล่ำระลอกไม่เป็นจังหวะของเขา…

 

และหญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าหัวใจตัวเองก็เริ่มเต้นแรงไม่แพ้กัน…

บ้าหน่า! ฉันไม่ได้ชอบจางอูยองซะหน่อย มันก็แค่ตกใจกับเรื่องเมื่อกี้แค่นั้นเอง!

 

อูยองวางร่างบางบนเคาท์เตอร์อย่างเบามือ เขาจับข้อเท้าขาวๆ ที่แดงระเรื่อเป็นวงกว้างนี้วางในอ่างล้างมือ ก่อนจะค่อยๆ เปิดน้ำเย็นรดแผลเพื่อช่วยบรรเทาอาการผองให้ดีขึ้น

“โอ๊ย! แสบนะ!!” และน้ำเย็นๆ ก็ทำให้จีอึนร้องลั่นด้วยความเจ็บ ขยับข้อเท้าพยายามหนี

ร่างเล็กเซจะล้มเล็กน้อยแต่โชคดีที่มือหนาของอูยองคว้าไว้ทัน

“อย่าดิ้นสิ…”

“รู้แล้วว่าแสบ แต่อดทนหน่อยนะ ที่ต้องล้างน้ำเย็นเพื่อไม่ให้แผลของเธอพองไปมากกว่านี้ และเดี๋ยวรอแม่เอายามาให้ทาก่อน แล้วเราจะไปโรงพยาบาลกัน” พูดพลางกวักน้ำราดแผลอย่างทะนุถนอม

“อื้อ”

 

“นี่…” จู่ๆอูยองก็เรียกขึ้น

“อะไร?”

“ขอโทษ…”

“ฉันขอโทษสำหรับเรื่องนั้นด้วยนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเธอจริงๆ แต่อย่างที่เธอว่าแหละ ฉันมันปากหมา พูดอะไรไม่คิด จนได้รอยมือฝากมาบนแก้มจนได้ ฮ่ะๆ เจ็บใจเหมือนกันที่โดนเธอตบ แต่ก็ถือว่าช่วยเรียกสติของฉันให้กลับมา”

“…”

 

หญิงสาวอึ้งไปครู่ใหญ่…

นี่คืออีกด้านของจางอูยองอย่างนั้นหรอ? 

 

.

 

.

 

.

 

TBC.

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

#TALK

ตอนนี้สั้นมาก สั้นจนไม่รู้จะพูดว่าอะไร TOT

วางพล็อตของตอนไว้เเค่นี้ เเต่ก็ไม่นึกว่ามันจะสั้นขนาดนี้

คอมเม้น พลีสสส :D

Comment

Comment:

Tweet