[FIC - WOOU] Butterfly {2}

posted on 03 Feb 2012 17:13 by moonoiaom directory Fiction

 

 

BUTTERFLY

Author: moonoiaom.13 (Sweezii3_Gurl) 
Status: Fiction
Pairing: Wooyoung x IU (WooU)
Genre: Romantic Comedy
Rating: G

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 

 

 

Chapter#02

- Enchanted -

 

 

เสียงออดดังขึ้นเป็นจังหวะเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ทุกคนต่างทยอยกันกลับบ้านของตนเอง แต่บางคนก็ยังคงอยู่ในห้องเรียนเรื่อยเปื่อยไม่มีท่าทีว่าจะกลับ บ้างก็จับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนานเพลินจนลืมเวลา บ้างก็หยอกล้อกันเล่นอย่างคึกครื้น นั่นทำให้ภายในห้องเรียนชุลมุนวุ่นวายไปเสียหมด...

 

หญิงสาวนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างเหนื่อยอ่อน โดยไม่สนใจบรรยากาศวุ่นวายในห้องแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตปิดสนิท เห็นแต่เพียงขนตายาวหนาเป็นแพรสวย ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอออกเล็กน้อย ลมหายใจดังถี่เป็นช่วงๆ แสดงให้เห็นว่าตอนนี้กำลังหลับสนิทอยู่...

               

 

จียอนมองเพื่อนสาวอย่างเนือยๆ พลางเก็บหนังสือที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะของจีอึน ค่อยๆบรรจงยัดใส่กระเป๋าอย่างรู้ดี เพราะเธอเก็บหนังสือให้บ่อยกว่าเจ้าตัวเองเสียอีก

ร่างเล็กหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ แล้วจ้องมองเพื่อนสาวด้วยความรู้สึกเป็นห่วง...

 

.

 

.

 

.

 

 

“อ้าว! จียอนยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ? ทุกคนเขากลับกันหมดแล้วนะ” เสียงใสของเพื่อนในห้องคนหนึ่งถามขึ้นขณะที่กำลังจะเดินออกไป เมื่อเห็นว่าตอนนี้ทุกคนกลับกันหมดแล้ว แต่จียอนยังไม่กลับ จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“คงอีกสักพักน่ะ” พูดพลางชี้นิ้วไปที่เพื่อนสนิทที่กำลังหลับสนิทโดยไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นเลย

 

“อ่า...ขอโทษที ฉันไม่ทันมองจีอึนน่ะ” เธอขอโทษ “อยู่ในห้องกันแค่สองคน ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะ ฉันกลับก่อนนะ บาย” หันไปเตือนจียอนก่อนจะโบกมือลาแล้วสะพายกระเป๋าเดินออกจากห้องไป

 

“จ้า ขอบใจนะ” จียอนกล่าวขอบใจด้วยความตื้นตัน “กลับบ้านดีๆล่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ!” แล้วโบกมือลาตามหลัง ซึ่งเธอก็หันกลับมายิ้มให้ แล้วเดินจากไปจริงๆ

 

เมื่อหันไปมองหน้าเพื่อนที่หลับสนิทตอนนี้ก็อดที่จะขำไม่ได้ เมื่อเห็นจีอึนขมวดคิ้วน้อยๆ ปากขยับขมุบขมิบเหมือนบ่นอะไรสักอย่าง นี่เป็นท่าทางการนอนที่จียอนคุ้นเคยดี เพราะเห็นบ่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็อดที่จะขำไม่ได้อยู่ดีสิหน่า…

 

 

…ฉันคิดว่าแกคงเหนื่อยกับการสู้รบตบมือกับอูยอง เฮ้อ ปล่อยหลับไปสักตื่นละกัน

 

 

จียอนเป็นเพื่อนสนิทกับจีอึนมาหลายปี ย่อมรู้นิสัยของเพื่อนสาวดีกว่าใคร ไอ้ท่าทางชอบบ่นอะไรตอนหลับนั้นแสดงว่าจีอึนกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง และเดาว่าคงกำลังสาปแช่งอูยองล่ะมั้ง เพราะวันนี้เขาก็ทำเรื่องแสบไว้หลายเรื่อง จนทำให้เพื่อนสาวของเธอต้องโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง

 

 

…และหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ที่จียอนเดาอีกว่าสาเหตุก็คงไม่พ้นอูยอง ก็เพื่อนสาวของเธอทำท่าทีมีพิรุธให้จับได้เต็มประตูเลยนี่

 

คิดแล้วจียอนก็รู้สึกขำอีกเป็นรอบที่สอง สองคนนี้ไม่รู้จะเกลียดขี้หน้ากันไปถึงไหนทั้งๆที่อยู่ข้างบ้านกันแท้ๆ กลับไม่รู้จักผูกมิตรกันไว้ไหงกลายเป็นคู่กัดกันซะอย่างนั้น

               

 

 

ในขณะที่ปล่อยให้จีอึนนอนหลับนั้น จียอนหยิบการบ้านที่ทำค้างไว้มาทำต่อเพื่อเป็นการสงบสติอารมณ์ไม่ให้ฟุ้งซ่านและเป็นการฆ่าเวลาที่ดีอีกด้วย…

 

.

 

.

 

.

 

 

‘อะ..ไอ้บ้า! ทะลึ่ง!’ หญิงสาวแหวใส่อย่างหัวเสียปนอาย 

 

“…ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำนักเรียนสมัยนี้ถึงไม่มีความตรงต่อเวลาซะเลย….” เสียงบ่นของอาจารย์หยุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อหันหลังกลับมาเห็นจีอึนและอูยองกำลังทำสงครามใบ้กันอยู่ และนั่นทำให้หญิงแก่ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม

 

“นี่!!! เธอได้ฟังฉันอยู่รึเปล่า? พวกเธอสองคนมีปัญหาอะไรกัน!?” ตวาดลั่นจนจีอึนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจกับเสียงแปดหลอดของเจ้าหล่อน

 

“ไม่…มีค่ะ! / ไม่มีครับ” ตอบพร้อมกันแบบไม่ได้ตั้งใจ ทำให้จีอึนหันมองอูยองตาเขียว

 

“อย่างนั้นเหรอ? แต่ฉันเห็นว่าพวกเธอมีนะ…” หล่อนหยุดพูดแล้วชายตามองจีอึนกับอูยองสลับกัน ก่อนจะตวาดลั่นใส่อีกครั้ง

 

 

“ออกไปยืนเคลียร์ปัญหาของพวกเธอนอกห้องจนกว่าจะจบชั่วโมงของฉันแล้วค่อยเข้ามา!!!”

 

 

“เพราะนาย…เพราะนาย…เพราะนายคนเดียว…”

 

“นายมันไอ้บ้า...นิสัยไม่ดี...ทุเรศ...น่าเกลียด...กวนประสาท...”

 

 

ร่างบางพิงกำแพงที่เย็นเชียบอย่างอ่อนล้า มือเล็กกำแน่นจนเล็บเริ่มจิกที่ฝ่ามือของตนเป็นรอยแดง แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะสนใจความเจ็บนั่น ยังก้มหน้าก้มตาพร่ำบ่นชายหนุ่มไม่ยอมหยุดปาก

 

ตอนนี้จีอึนกำลังสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงอยู่ ไม่อยากจะทะเลาะหรือต่อล้อต่อเถียงกับอูยองอีกเพราะไม่อย่างนั้นเรื่องมันคงไม่จบแล้วเธอต้องบ้าแน่ๆ

 

ด้วยความโกรธที่พุ่งพล่านนั้นอาจจะทำให้เผลอทำอะไรโดยไม่รู้ตัวก็ได้...

 

และแน่นอน นั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่  อีกอย่างเธอไม่อยากเปลืองมือไปทำร้ายอูยองหรอกนะ

 

...สาบานเลย แค่ตอนนี้หน้าของเขายังไม่อยากจะมอง

 

 

“เงียบหน่า…ท่าทางของเธอตอนนี้ทำให้ฉันคิดว่าเธอเหมือนมีอาการทาง…จิต” อูยองว่าหยอกหญิงสาว พลางถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว กอดอกแล้วสั่นหน้าหงึกๆเหมือนเจอตัวประหลาด

 

…กวนประสาท

 

 “ก็เพราะใครกันล่ะ!? ฮึ่ย! นายหุบปากแล้วไปยืนไกลๆฉันเลยนะ อูยอง!!” จีอึนสวนกลับเสียงขุ่น แล้วผลักหน้าอกร่างสูงอย่างแรง จนเขาเซไปข้างหลังตามแรงผลักของเธอ

 

อูยองอยากจะโวยใส่หญิงสาวที่อยู่ดีๆก็เดินเข้ามาผลักเขาโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อเห็นสีหน้าของร่างบางที่บูดบึ้งและดูเหมือนจะไม่เล่นด้วย จึงกลืนคำเหล่านั้นลงคอไปเสียหม

 

... และถอยห่างแต่โดยดี

 

จีอึนชายตามองโดยไม่พูดอะไร แล้วหันกลับมา ยืนนิ่งๆไม่สนใจอูยอง...ที่ตอนนี้หน้าหงอยลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอโมโหมากจริงๆ

 

ไม่สนุกเลยแฮะ...ชายหนุ่มคิด 

 

.

 

.

 

.

 

ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศระหว่างจีอึนกับอูยอง เป็นเวลาหลายนาทีแล้วที่ยังไม่มีเสียงใดหลุดออกจากปากทั้งคู่ และนั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศแปลกๆที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับชายหนุ่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

 

...ไหนจะบรรยากาศชวนขนลุก เมื่อเผลอเหลือบไปมองที่บันไดนั่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

ให้ตายสิ ตามันจะหาเรื่องอะไรนักหนา...ฉันกลัวจริงๆนะ

 

 

“นี่...” ในที่สุดจีอึนก็ทนไม่ไหว จึงเอ่ยปากเรียกอูยอง

 

“...อูยอง” เอ่ยปากเรียกอีกครั้ง แล้วใช้นิ้วเรียวสะกิดไหล่กว้างของชายหนุ่มเบาๆ เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีว่าจะได้ยินเลย

 

“อะไร” อูยองหันมาตามแรงสะกิดของจีอึนแล้วถามขึ้นห้วนๆ

 

“นาย...ไม่รู้สึกแปลกๆบ้างหรอ?”

 

“รู้สึกแปลกๆ? ไม่นะ ฉันไม่เห็นรู้สึกอะไร” ตอบคำถามแบบงงๆ

 

“จริงอ่ะ? ไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ?” หญิงสาวถามขึ้นอีกครั้งเผื่อจะได้รับคำตอบใหม่…

 

“อืม...” แต่เปล่าเลยอูยองยังยืนยันคำเดิม “ว่าแต่เธอถามทำไม?” แล้วถามกลับไปอย่างสงสัย

 

“เปล่า...ไม่มีอะไร!” จีอึนรีบปฏิเสธ แล้วหันกลับไปทันที กลัวว่าอูยองจะรู้เรื่องที่เธอกลัวเรื่องข่าวลือนั่นมีหวังโดนหัวเราะเยอะกันพอดี

 

...แค่คิดก็แย่แล้ว

 

 

“หรือว่าเธอกลัวเรื่องข่าวลือที่ว่ามีคนผูกคอตาย?” คำถามที่หลุดออกจากปากร่างสูงทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้งเฮือก กำลังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่พอดี และไอบ้านี่ก็ดันถามซะตรงประเด็น!

 

 “บะ...บ้าหรอ!! เปล่าสักหน่อย!”

 

“หึหึ เธอกลัวจริงๆสินะ” เขาแค่นหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นท่าทางตลกๆของร่างบางที่กำลังปฏิเสธจ้าละหวั่น...ทำให้จีอึนมองค้อนด้วยความไม่พอใจที่เขารู้ว่าเธอกลัวมันจริงๆ

 

...เสียเซลฟ์สุดๆ -.-

 

“เงียบไปเลย!!!”

 

“ตามใจ แล้วอย่ามาชวนฉันคุยเพราะว่ากลัวผี…จนตัว-สั่น-ล่ะ-กัน” อูยองเน้นประโยคหลังให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการหยอกกึ่งล้อ เมื่อเห็นว่าจีอึนเริ่มหน้าสีจัดขึ้นด้วยความโมโหก็อดที่จะแอบยิ้มไม่ได้

 

…หมดคราบหงอยที่เป็นเมื่อก่อนหน้านี้โดยอย่างสิ้นเชิง

 

“ย่ะ!”

 

 

“นี่…เธอเห็นเงาใครตรงนั้นมั้ย?” ชายหนุ่มถามขึ้นพลางชี้นิ้วไปทางต้นเหตุ...ซึ่งจะเป็นที่ไหนไม่ได้เลย นอกจากบันไดสุดสยองนั่นเอง

 

“ไหน?” จีอึนใช้สายตามองไปทางที่อูยองชี้ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร เขาหลอกให้กลัวรึเปล่า? …

 

“ไม่เห็นมีอะไรเลย”

 

“จริงๆนะ เธอลองมองดีๆสิ…” ร่างสูงยังยืนยันคำเดิม “หรือว่าข่าวลือมันจะเป็น…เรื่องจริง” แล้วบอกประโยคหลังด้วยเสียงสั่นเครือ และนั่นทำให้ร่างบางเริ่มสั่นเพราะใจคอไม่ดี

“ต...ตลกหน่า!! นายคิดไปเองหรือป่าว? บางทีอาจจะเป็นนักเรียนที่ขึ้นมาเรียนก็ได้” พยายามคิดด้านบวก ...แล้วภาวนาในใจขอให้อย่าเป็นเรื่องจริงเลย

 

“ไม่…ลองดูดีๆสิ” อูยองชี้ไปทางต้นเหตุอีกครั้ง

 

จีอึนได้แต่เพ่งมองหาเงาที่ชายหนุ่มว่า...ในใจก็สวดมนต์ภาวนาต่างๆสารพัดที่ตอนนี้สามารถนึกได้ อย่างน้อยมันก็ช่วยได้บ้างแหละหน่า...

               

.

 

.

 

.

 

 

“แบร่!!!” จู่ๆ ชายหนุ่มก็ย่องไปข้างหลังร่างบางอย่างแผ่วเบา แล้วใช้มือหนาจับที่ไหล่เล็กเขย่าแรงๆ และตะโกนใส่เสียงดัง ซ