[FIC - CHANHO] From Me to You {1}

posted on 23 Jan 2012 18:36 by moonoiaom directory Fiction

 

From Me to You

Author: moonoiaom.13
Status: Fiction
Pairing: Chansung x Junho (Chanho)
Genre: Drama
Rating: PG
Lyric: BIGBANG – Haru Haru

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

 

1

 

 

นางพยาบาลสาวสวยคนหนึ่งกำลังพาชานซองไปยังห้องพักของจุนโฮ ตลอดทางชายหนุ่มได้แต่ภาวนาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายบนโลกนี้ หวังเพียงแค่ว่าอีจุนโฮจะไม่เป็นอะไร

 

…จุนโฮจะยังปกติดี

…จุนโฮจะส่งรอยยิ้มน่ารักให้กับเขาเช่นทุกที

 

จุนโฮจะไม่เป็นอะไร

ไม่เป็นอะไร

ไม่เป็นอะไร

 

คำว่า “ไม่เป็นอะไร” คำนี้เวียนว่ายอยู่ในหัวของชานซองตลอดเวลาที่ก้าวขาเดิน ทุกย่างก้าวจะเป็นไปพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ…

ลึกๆ ภายในใจของเขานั้นรู้สึกหวาดกลัวต่อความเป็นจริงที่จะปรากฏตรงหน้าเสียเหลือเกิน รู้สึกร้อนรุ่มในใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนทุกครั้งที่นึกถึง อีจุนโฮ

 

รอฉันก่อนนะ…

 

 

 

 

 

 

 

แต่แล้วพระเจ้าก็ทำร้ายเขา

…คำขอของเขาไม่เป็นจริง

 

ทันทีประตูไม้สีฟ้าสะอาดตาถูกเปิดออก ภาพที่เห็นคือ…ร่างหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงเล็กของโรงพยาบาล ร่างที่เคยอวบอัดเต็มไปด้วยเนื้อหนัง บัดนี้กลายเป็นร่างผอมแห้ง และมีผิวขาวกว่าปกติ

…ไม่สิ ไม่ได้ขาว แต่ซีดมากกว่า

ร่างนั้นสวมหมวกไหมพรมสีเข้ม เพราะมันคงจะตกใจน่าดูถ้าเห็นเขาไม่มีผมซักเส้น

 

ร่างสูงค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาร่างผอมแห้งที่นอนแน่นิ่งอย่างสงบบนเตียง…ไม่เหลือคราบของจุนโฮที่เคยรู้จักมาก่อน

 

You don’t answer anything as I cry out “I miss you”
คุณไม่ตอบอะไรเลย เมื่อผมร่ำร้องว่า คิดถึงคุณ

I hope for a vain expectation but now it’s useless
ผมได้แต่เข้าข้างตัวเอง และตอนนี้มันก็ไร้ค่า 
 

 

ตื้ด…

เสียงโหยหวนของเครื่องวัดชีพจรดังก้องในโสตประสาทเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าพยายามย้ำเตือนกับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า…

ชานซองพยายามพาเท้าอันหนักอึ้งราวกับหินก้าวเดินไปหาร่างนั้น ไล้ฝ่ามือสัมผัสเบาๆ ที่แก้มอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล…

 

 

“จุนโฮ ฉันมาแล้วนะ” เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า และคลี่รอยยิ้มกว้างแสนอบอุ่นให้จุนโฮที่ยังนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว

“…”

 

“จุนโฮ ฉันมาหานายแล้วไง อย่าขี้เซานักสิ…”

ยังคงยิ้ม…ทั้งที่รู้ว่าอีกคนไม่มีทางมองเห็นรอยยิ้มนี้ 

“…”

 

“ตื่นขึ้นมาคุยกันสิ นายไม่คิดถึงฉันหรอ? เราไม่ได้เจอกันตั้งสองปีเชียวนะ ฉันมีของฝากให้นายด้วยแหละ นายต้องชอบมันแน่ๆ”

“…”

“ตื่นสิ จุน…โฮ…”

“…”

“ตื่น…” ถึงอย่างนั้น…ก็ยังคงหลอกตัวเองว่าจุนโฮยังมีชีวิตอยู่ ชานซองยังพร่ำเรียกร่างเล็กไม่ยอมหยุด ไม่สนใจสายตาของแพทย์หนุ่มและนางพยาบาลที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักอย่างเงียบๆ แม้ทั้งสองจะคิดว่าเขางี่เง่าหรือน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่สนใจหรอก!  

 “…”

“ฉันบอกให้ตื่นไงเล่า!!” ออกแรงเขย่าร่างบางที่หลับใหลอยู่ เริ่มเพิ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาของอีกฝ่าย และสุดท้ายก็ต้องหยุด…เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะเรียกคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้อีก

“…”

 

“ฮึก…จุน…ฮ…โฮ” ชายหนุ่มไม่สามารถเรียกชื่อของเพื่อนสนิทได้เต็มเสียงเพราะเสียงสะอื้น…

ชานซองสวมกอดร่างไร้วิญญาณนี้แน่นและร้องไห้หนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต  น้ำตาอุ่นหยดแล้วหยดเล่ากระทบบนผิวหนังเย็นเฉียบ แต่นั่นก็ไม่ทำให้จุนโฮรู้สึกตัวหรือฟื้นขึ้นเลย…

 

My broken heart like a wave
หัวใจของผมแตกสลายเหมือนเกลียวคลื่น

My shaken heart like a wind
หัวใจของผมสั่นไหวเหมือนสายลม

My love vanished like smoke
ความรักของผมเลือนหายไปเหมือนกับหมอกควัน

 

“ฉันขอโทษ…ฮึก…ฉันขอโทษนะ”

“ที่ฉันเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เรื่องเลย ฮึก…ฮือ ขอโทษนะ…จุนโฮ” ถึงแม้ชานซองจะพร่ำบอกคำขอโทษเป็นล้านครั้ง ถึงแม้ชานซองจะร้องไห้หนักซักแค่ไหน…แต่นั่นก็ไม่สามารถลบล้างความผิดของเขาได้

 

เพียงแค่ทำตามคำขอสุดท้ายของจุนโฮ เขายังทำไม่ได้…

จุนโฮแค่ต้องการพบเขาก่อนจะลาโลกนี้ แล้วทำไมฮวางชานซองถึงทำไม่ได้? ทำไม?

 

“ได้เวลาเคลื่อนย้ายศพแล้วนะคะ” นางพยาบาลที่พาชานซองมาตอนแรกเอ่ยขึ้น ฝ่ามือเล็กแตะเบาๆ ที่ไหล่ของร่างสูงเป็นการปลอบใจ แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นไม่ช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย

“ขอผมกอดเขาอีกหน่อยนะครับ…” ร่างสูงก็คลี่ยิ้มให้ เป็นการบอกกรายๆ ว่า เขาไม่เป็นไร

 

ชายหนุ่มกอดร่างเพื่อนสนิทอีกสักพักก็คลายอ้อมกอดออก และปล่อยให้บุรุษพยาบาลอีกคนหนึ่งที่เข้ามาได้สักพักเข็นร่างไร้วิญญาณนี้ออกไป…ค่อยๆ ห่างจากเขาไปทีละนิด…ทีละนิด จนสุดสายตา

…ลาก่อน อีจุนโฮ…

 

Oh girl I cry, cry
ที่รัก ผมได้แต่ร้องไห้

You’re my all, say goodbye…
คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม ลาก่อน... 
 

 

 

 

 

 

 

“เดี๋ยวก่อนครับคุณหมอ”

ชานซองรั้งร่างของแพทย์หนุ่มเอาไว้ กลิ่นของยาที่ลอยฟุ้งมาติดปลายจมูก ทำให้รู้สึกเหมือนจะอาเจียน

…ไม่ชอบเลย

 

“ครับ?”

“ผมมีเรื่องอยากจะถามหน่อย คือ…เพื่อนของผมป่วยเป็นโรคอะไรหรอครับ?”

“คุณอีจุนโฮป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองครับ…”

 

เฮือก…ชานซองรู้สึกเหมือนมีก้อนเหนียวจุกอยู่ที่อก ถึงแม้จะไม่ค่อยอยากจะเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ ก็ในเมื่อมันคือความจริงที่ชานซองไม่รู้มาตลอดสองปีหรืออาจจะมากกว่านั้น

 

“หมอเสียใจ แต่หมอทำดีที่สุดแล้ว คุณฮวางชานซอง”

“ผมรู้ครับ…ผมรู้”

ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวสะอาดเดินมาตบบ่ากว้างของร่างสูงสองสามที คลี่ยิ้มให้บางๆ ให้แล้วเดินจากไป

 

อึ้ง…

ชานซองกำลังอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป เกินกว่าที่จะทันตั้งตัวหรือเตรียมใจ

 

ก้าวย่างไปทีละก้าวอย่างเหนื่อยล้าและอ่อนแรง ทำไมรู้สึกว่าทางข้างหน้ามันยาวไกลเหลือเกิน…ก่อนฝีเท้าจะหยุดลง ร่างสูงเอนตัวพิงเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ ถุงของฝากที่ถืออยู่มือถูกปล่อยให้ร่วงลงกับพื้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่ม

 

เขายังไม่พร้อมที่จะรับความจริงอันแสนหนักอึ้งนี้…ไม่พร้อมจริงๆ

น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วครั้งหนึ่ง กลับไหลออกมาอีกครั้ง…ฮวางชานซองในตอนนี้อ่อนแอเกินกว่าจะควบคุมหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลได้

 

วันนั้นฉันยังไม่นายคอยปลอบใจอยู่เลย

…แต่วันนี้ฉันไม่มีนายแล้ว

 

 

“คุณไม่เป็นอะไรนะคะ?”

“เอ่อ…ครับ” ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นที่สัมผัสบนไหล่ หันไปมองเจ้าของเสียงก็พบนางพยาบาลคนเดิม สีหน้าของเธอตื่นเมื่อเห็นสภาพของชานซองในตอนนี้…เพราะมันแย่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย

 

“คุณชานซองคะ ฉันมีบางอย่างอยากจะให้คุณ” เธอว่าพลางยื่นสมุดสีน้ำตาลแก่มาให้

“สมุดไดอารี่?”

 

“ค่ะ นี่เป็นสมุดไดอารี่ส่วนตัวของจุนโฮ…ฉันคิดว่าคุณควรจะรับรู้สิ่งที่เขาอยากจะบอกคุณมาตลอด จนกระทั่งหมดลมหายใจ 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

 

ชานซองกลับมาที่ห้องพักของจุนโฮอีกครั้ง แทนที่เขาจะกลับคอนโดของตัวเอง

ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรเขาถึงมาที่นี่อีก สถานที่กระตุ้นต่อมน้ำตาเนี่ย… มารู้ตัวอีกทีก็ถึงแล้ว

 

เมื่อเห็นทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้อง ภาพความทรงจำทั้งหลายนานาก็เริ่มไหลย้อนกลับมาอีก ความทรงจำระหว่างเขากับผู้ชายที่มีชื่อว่า อีจุนโฮ

 

ชายหนุ่มวางสมุดไดอารี่ไว้บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะเดินไปจับไม้กวาดและเริ่มทำความสะอาดห้องที่ดูสกปรกนี้ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เขาคิดว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างถาวร…

…ไม่รู้สิ แค่อยากให้ตัวเองรู้สึกว่ายังมีจุนโฮอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ยังมีสัมผัสและกลิ่นอายของความเป็นจุนโฮ

 

แสงรำไรจากดวงอาทิตย์ยามเย็น ค่อยๆ ถูกความมืดมิดดูดกลืนจนกลายเป็นสีดำสนิท วันนี้ท้องฟ้าเวิ้งว้างและดูเงียบเหงาเหมือนความรู้สึกของชานซอง ไม่มีดาวสักดวงให้เห็น แม้แต่ดวงจันทร์ก็ยังถูกเมฆหนาบดบัง

 

ร่างสูงกรายตามองสภาพห้องที่ถูกทำความสะอาด รู้สึกเหมือนได้บรรยากาศเก่าๆ กลับมาเหมือนเดิม เมื่อคิดว่าพอใจแล้วจึงคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายให้สดชื่นขึ้น และเมื่อออกมาดวงตากลมโตก็ไปสะดุดที่สมุดไดอารี่สีน้ำตาลเก่าที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ…

 

อ่า…นั่นสิ มัวแต่ทำความสะอาดห้องจนลืมสมุดไดอารี่ได้ยังไง

 

“ค่ะ นี่เป็นสมุดไดอารี่ส่วนตัวของจุนโฮ…ฉันคิดว่าคุณควรจะรับรู้สิ่งที่เขาอยากจะบอกคุณมาตลอด จนกระทั่งหมดลมหายใจ 

 

 

เขารู้สึกแปลกใจมากที่จู่ๆ นางพยาบาลคนนั้นก็ยืนสมุดนี้ให้  พร้อมกับคำพูดที่ชวนให้น่าค้นหานั่น

บ้าจริงๆ ในไดอารี่เล่มนี้จุนโฮเขียนอะไรเอาไว้…

 

เกี่ยวกับเขาด้วยอย่างนั้นหรอ?

 

 

 

 

 

…ชักอยากรู้แล้วสิ

 

 

 

 

…และอดีตของทั้งสองจะถูกเปิดเผยขึ้นจากสมุดไดอารี่สีน้ำตาลเก่าเล่มนี้ที่ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ เอาไว้

เพียงแค่ชานซองเปิดหน้ากระดาษนั้นเพื่ออ่าน เขาก็จะรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจของชายหนุ่มผู้ที่มีชื่อว่า “อีจุนโฮ”…

 

.

 

.

 

.

 

TBC.

Comment

Comment:

Tweet

TBC.....

อ่า เลื่อนขึ้นไปดูวันที่อัพครั้งล่าสุดแล้วห่อเหี่ยว
อยากอ่านนะค้า สุดๆอ่ะ ถ้าต่อให้จะดีใจมากๆเลย

บรรยายความรู้สึกหมีได้เจ็บจึ้กๆ สงสารหมีมากๆ หายไปสองปีกลับมาอีกที่กลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง
มันค้างตรงที่เอาเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มเรื่อง และให้ติดตามอดีตให้ด้านความคิดจุนโฮเนี่ยแหละค่ะ

งืมๆ รออยู่นะ อยากอ่าน รอต่อไป

#1 By moodmmei on 2013-04-01 12:37